×

บันทึกแหล่งท่องเที่ยวนี้ลงแผนการเดินทางในโทโฮคุคอนเซียร์จ

หน้าโฮม > งที่น่าสนใจ > มรดกของญี่ปุ่น & มรดกโลก > มรดกการปฏิวัติอุตสาหกรรมของเมจิในประเทศญี่ปุ่นเหล็กและเหล็กกล้าการผลิตเหล็กการต่อเรืออุตสาหกรรมถ่านหิน

งที่น่าสนใจ

มรดกโลก

คามาอิชิ เมืองที่กล่าวได้ว่าเป็นหนึ่งในไม่กี่เมืองในเขตชนบทของประเทศญี่ปุ่นที่เก็บรักษาความสำคัญต่างๆ เอาไว้มากมาย เมืองที่มีรู้จักกันว่าเป็นเมืองแห่งถูกห้อมล้อมไปด้วยทิวเขากับท้องทะเล และมีหาดทรายที่งดงามและห่างจากผู้คนนั้น ที่คามาอิชิแห่งนี้มีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงศตวรรษที่ 19 จากการปฏิรูปประเทศญี่ปุน และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ประเทศญี่ปุ่นกลายเป็นผู้นำทางด้านเศรษฐกิจของเอเชีย นอกจากนี้ยังมี เจ้าแม่กวนอิมแห่งคามาอิชิ (รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมที่ใหญ่ที่สุดในโลก), ท้องทะเลที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของอาหารทะเล และมรดกโลก จึงสามารถกล่าวได้ว่า คามาอิชิ เป็นเมืองที่เหมือนขุมสมบัติที่ถูกซ่อนไว้ในภูมิภาคโทโฮคุ

หอประวัติศาสตร์ของโลหะ & เตาหลอม


คามาอิชิมีประวัติศาสตร์ที่น่าทึ่งอย่างหนึ่งซ่อนอยู่ ในเมืองที่ซ่อนอยู่ระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิคและภูเขาอิวาเตะนั้นมีอุตสาหกรรมที่เป็นหัวใจหลักของภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นที่เปรียบเสมือนเสาหลักทางเศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่นตั้งอยู่

ในปี ค.ศ. 1858, โอชิม่า ทาคะโท ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งการผลิตเหล็กสมัยใหม่ของญี่ปุ่นได้ก่อตั้งเตาเผาเหล็กฮานิโนะขึ้นที่คามาอิชิแห่งนี้ จึงถือเป็นการบุกเบิกการทำอุตสาหกรรมหนักในประเทศญี่ปุ่น

เตาเผาเหล็กแห่งแรกตั้งอยู่ในภูเขาห่างจากเมืองคามาอิชิ 20 กิโลเมตรไปทางทิศตะวันตก ซึ่งใช้ในการหลอมแร่ที่ขุดได้ในบริเวณนี้ โดยจะใช้ฟืนจากต้นไม้ในบริเวณนี้เป็นเชื้อเพลิงหลัก และน้ำจากลำธารได้ถูกนำมาใช้เป็นน้ำหล่อเย็นสำหรับการทำแร่แมกนีไทต์ที่ขุดได้จากเหมืองข้างๆ เหล็กที่ผลิตได้ส่วนใหญ่นั้นถูกนำมาใช้ผลิตอาวุธ และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ตามการร้องขอของรัฐบาล โดยกระบวนการผลิตทั้งหมดได้หยุดลงในปี ค.ศ. 1868 ตามคำสั่งของรัฐบาล

แม้ว่าการผลิตเหล็กจะไม่ได้ดำเนินการมาในระยะเวลานานแล้ว แต่นี่ก็ถือเป้นก้าวหนึ่งที่ยิ่งใหญ่ของวงการผลิตโลหะ ซึ่งส่งผลให้ในปี ค.ศ. 2015 สถานที่แห่งนี้ได้รับการจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลก

ไม่เพียงแค่ประวัติศาสตร์ที่น่าทึ่ง ยังมีธรรมชาติที่ทำให้ผู้คนจำนวนมากหลงใหลและเข้ามาอาศัยอยู่ในสถานที่แห่งนี้ เช่น ดอกซากุระสีสันงดงามที่บานสะพรั่งในฤดูใบไม้ผลิ และใบไม้เปลี่ยนสีที่ร่วงหล่นในฤดูใบไม้ร่วง

สถานที่แห่งนี้เป็นที่ๆ มีความสวยงามและเป็นธรรมชาติมาก จนในบางครั้งความงดงามของมันนั้นจะดึงดูดหมีเข้ามา เมื่อเดินผ่านพุ่มไม้ คุณอาจจะพบกับสัญลักษณ์บางอย่างที่ทำให้คุณต้องระวังกับการปรากฏตัวของหมี

คุณสามารถเลือกใช้บริการไกด์เสียงในราคา 300 เยน (มีบริการ ภาษาอังกฤษ / จีน / เกาหลี) ระหว่างที่เดินท่องเที่ยวอยู่นั้นจะเป็นเครื่องเมือที่ช่วยให้คุณจะสามาถทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ของพื้นที่แห่งนี้ได้อีกด้วย

หลังจากเยี่ยมชมซากเตาหลอมเหล็กที่เต็มประด้วยประวัติศาสตร์แล้ว ต่อมาขอเชิญชวนทุกท่านมายัง หอประวัติศาสตร์ของโลหะกัน ที่นี่จะจัดแสดงแบบจำลองของเตาหลอมเหล็กขนาดใหญ่ ซึ่งคุณจะต้องทึ่งในความยิ่งใหญ่ของมันอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งความสูงและความใหญ่โตของแบบจำลองเตาหลอมนี้

ภายในหอประวัติศาสตร์แห่งนี้ คุณสามารถสนุกไปกับการสัมผัสของที่จัดนิทรรศการได้อีกด้วย คุณยังสามารถลองวัดความหนักและความแข็งแรงของเหล็กได้ด้วยเครื่องมือวัดขนาดใหญ่ รวมทั้งของเล่นและของที่ระลึกจากยุคปี 1950 – 1960 มาจัดแสดงให้ทุกคนได้สัมผัสและเล่นกับมันราวกลับย้อนไปในวัยเด็กอีกครั้ง (ระวังอย่างให้ผู้เข้าชมงานท่านอื่นเห็น)

ที่หน้าหอประวัติศาสตร์ มีการจัดแสดงรถไฟหัวรถจักรไอน้ำที่เชื่อมชาวคามาอิชิกับทั้งประเทศญี่ปุ่นเอาไว้ ผู้ที่มาเยี่ยมชมสามารถเข้ามาถ่ายรูปร่วมกับมันได้ นอกจากนี้แล้วเสน่ห์ของหอประวัติศาสตร์แห่งนี้ยังมีวิวทิวทัศน์ที่สามารถมองเห็นได้ทั้งเมืองคามาอิชิอีกด้วย เมื่อมองผ่านกระจกของหอประวัติศาสตร์จะพบกับชายหาดคามาอิชิที่กว้างขวาง และยังเห็นรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านและเพลิดเพลินไปกับการดูเรือที่เดินทางเข้าอออกอ่าวคามาอิชิอีกด้วย

เจ้าแม่กวนอิม


จะมีสักกี่คนที่สามารถทายได้ว่ารูปปั้มที่สูงที่สุดในโลกแห่งหนึ่งตั้งอยู่ห่างไกลจากใจกลางเมือง

เมื่อเดินทางมาถึงคามาอิชิ สิ่งแรกที่จะสะดุดตาก็คือรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้วยความสูงถึง 48.5 เมตร ซึ่งเปรียบเสมือนกับการตอนกลับรูปปั้นพระเยซูคริสต์ที่เขาคอร์โควาโดในประเทศบราซิลจากชาวคามาอิชิด้วยรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมที่สูงกว่าถึง 10 เมตร

รูปปั้มเจ้าแม่กวนอิมถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1970 เพื่อเป็นสิริมงคลให้แก่ชาวประมงเพื่อให้มีโชคลาภและสามารถจับปลาตัวใหญ่ได้ เจ้าแม่กวนอิมยังเป็นสัญลักษณ์ของเทพเจ้าแห่งความเมตตาที่คอยปกปักษ์รักษาอ่าวคามาอิชิ

ค่าเข้าชมเจ้าแม่กวนอิมนั้นมีราคาไม่แพง ภายในมีพระพุทธรูปทั้งสิ้น 33 องค์ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1185 – 1333 ประดิษฐานอยู่ในทุกชั้นภายใน เมื่อเดินขึ้นไปตามห้องโถงเรื่อยๆ จนถึงบริเวณที่เจ้าแม่กวนอิมอุ้มปลาขนาดใหญ่จะพบกับจุดชมวิวที่นักท่องเที่ยวสามารถชื่นชมกับเมืองคามาอิชิทั่วทั่งเมือง

ดตามแบบศรีลังกาได้ถูกสร้างเคียงข้างกับรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม เมื่อย่างกรายเข้าไปในบริเวณวัดจะทำให้คุณสัมผัสรประสบการณ์ราวกลับว่ามาอยู่ต่างประเทศ นอกจากนี้ใต้ฐานของตัววัดจะมีพระพุทธรูป (พระพุทธเจ้า) ประดิษฐานอยู่

ตลาดปลาซันฟิชคามาอิชิ


ที่ตลาดปลาซันฟิชเมื่อถึงเวลาเปิด จะมีคนพื้นที่มากมายเข้ามาต่อแถวกันเพื่อทานราเมงชื่อดังจากร้าน “เอกิมาเอะโชคุโด (โรงอาหารหน้าสถานี)” ที่ตลาดแห่งนี้เป็นจำนวนมาก

เมื่อคุณเดินผ่านตลาดที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย จะมีปลาสีส้มสีสันสดใสชื่อว่าคิงคิเรียงรายอยู่ ซึ่งจุดเด่นของมันจะมีตาโตมันวาวอยู่ใต้น้ำแข็งภายในคอนเทนเนอร์ นอกจากนี้ยังมีอูนิและไข่ปลาวางอยู่ขายเคียงข้างกันอีกด้วย

ภายในนั้นจะพบกับขุมทรัพย์จากท้องทะเลซานริคุอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็น อิคุระ อาวาบิ หรือ เมกาบุ เจิดจริสอยู่คู่ไปกับผลิตภัณฑ์ของท้องถิ่นที่ได้รับรางวัลมากมาย

ถึงแม้ว่าจะเป็นตลาดคุณก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่สามารถเพลิดเพลินอาหารปรุงสุกได้ เพราะที่ชั้นสองของตลาดนั้นมีร้านอาหารที่เสิร์ฟอาหารทะเลสดๆ จากคามาอิชิ

ที่ร้านวาโนะเซนมิยากาว่า คุณสามารถเพลิดเพลินกับเทมปุระรูปแบบพิเศษที่เสิร์ฟด้วยภายชนะที่ใช้เสิร์ฟอาหารคู่กับชาแบบอังกฤษในราคาเซตละ 1,100 เยน เมื่อพิจารณาจากรสชาติและการภาพลักษณ์ที่ดูหรูหรานี้ สามารถกล่าวได้เลยว่ามันไม่เหมือนใคร ซึ่งจะเสิร์ฟพร้อมกับ เกลือธรรชาติ เกลือชาเขียว และเกลือผมแกงกะหรี่สามรสชาติให้ได้ลิ้มลองกัน

สถานีพักรถ


หากคุณต้องการพบกับผลิตภัณฑ์พื้นเมืองของชาวคามาอิชิเราขอแนะนำให้คุณแวะมายังสถานีพักรถคามาอิชิแห่งนี้ คุณสามารถลิ้มลองไซเดอร์น้ำลูกพลับ เมื่อได้ดื่มคำแรกไปจะสัมผัสได้ถึงความฝาดของมะนาวและกรดของน้ำส้มที่จะให้ความหวานของลูกพลับกระจายทั่วในปาก เมื่อเปิดขวดและได้สัมผัสกับรสชาติของมันแล้ว คุณจะรู้สึกอยากดื่มมัน “อีกซักอึก อีกซักอึก” และลิ้มรสชาติของมันไปเรื่อยๆ นอกจากนี้สิ่งที่เหมาะจะทานคู่กับไซเดอร์ลูกพลับคือเค้กโทวาริโอคิมิโสะที่ทำขึ้นในคามาอิชิ ที่ความหวานของเนื้อเค้กได้ผสมอย่างลงตัวกับรสเค็มของมิโสะได้อย่างลงตัว นอกจากไซเดอร์ลูกพลับแล้ว ยังมีคามาชิโดริ เหล้าสาเกญี่ปุ่นที่ได้รับรางวัลชนะเลิศเหรียญทองจากลอนดอนที่ทานคู่กับเค้กมิโสะได้อย่างเข้ากันอีกด้วย

การเดินทาง


โดนสายรถไฟ JR สายคามาอิชิจากสถานีฮานะมากิมาถึงสถานีคามาอิชิใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ค่ารถไฟต่อเที่ยวราคา 1,660 เยน จากสถานีโตเกียวสามารถเดินทางมายังสถานทีชินฮานะมากิด้วยรถไฟชินกันเซ็นใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง

ข่าวสารการท่องเที่ยวที่แนะนำในบทความ

Hashino Iron Mine

Iron History Museum

Kamaishi Daikannon

Sun Fish Kamaishi

สถานที่ท่องเที่ยวแห่งสำคัญ

วัฒนธรรม"ดาเตะ" ที่บ่มเพาะโดยมาซามุเนะ

ฮิระอิซูมิ - สถาปัตยกรรม,สวน ที่แสดงถึงดินแดนพระพุทธศาสนา (โจวโด – สุขาวดี) และซากปรักหักพังทางโบราณคดี

มรดกการปฏิวัติอุตสาหกรรมของเมจิในประเทศญี่ปุ่นเหล็กและเหล็กกล้าการผลิตเหล็กการต่อเรืออุตสาหกรรมถ่านหิน