×

บันทึกแหล่งท่องเที่ยวนี้ลงแผนการเดินทางในโทโฮคุคอนเซียร์จ

For those who know Japan. Authentic Japan TOHOKU

ที่ภูมิภาคโทโฮคุ คุณสามารถค้นพบและสัมผัสจิตวิญญาณความเป็นญี่ปุ่นอย่างแท้จริงที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ แม้คุณจะเคยไปญี่ปุ่นมาแล้วหลายครั้ง คุณจะได้รู้จักประเทศญี่ปุ่นมากยิ่งขึ้นจากความงดงามของวัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่ผสมผสานไปกับขนบธรรมเนียมประเพณีของภูมิภาคโทโฮคุ วิดีโอนี้แสดงให้เห็นว่านักท่องเที่ยวจะสามารถสื่อสารกับชาวเมืองท้องถิ่นเพื่อสัมผัสความงดงามที่แท้จริงของวัฒนธรรมโทโฮคุได้อย่างไร

14 สิ่งน่าตื่นเต้นของญี่ปุ่นที่พบได้เฉพาะในภูมิภาคโทโฮคุ

โดยเราสามารถเลือกผสมผสานรสชาติของอาหารทะเลประเภทต่างๆ ได้ตามใจชอบ จนคุณต้องลืม+ซูชิไปเลย [อาโอโมริ]


ก่อนอื่นเราจะนำทุกท่านมาพบกับเมนูขึ้นชื่อของตลาดสดอาโอโมริ นั่นก็คือ น๊กเกะด้ง

คุโรอิชิ ออนเซน [อาโอโมริ]


ถ้าอยากเพลิดเพลินไปกับบ่อน้ำพุร้อน เราขอแนะนำให้ทุกท่านมายังเมืองที่อบอวนไปกับบรรยากาศเก่าๆ ที่ชวนให้คิดถึง

ตลาดที่เรามานั้นเหมือนกับตลาดปลาทั่วๆ ไปที่มีปลาให้เลือกกันตามใจชอบ แต่ทว่าวิธีการที่จะทานทุกอย่างในทีเดียวนั้นยังไม่มี ดังนั้นเพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวทางตลาดจึงได้คิดค้น น๊กเกะด้งขึ้นมา น๊กเกะด้ง เป็นอาหารประเภทดงบุริ ที่เราสามารถสั่งเฉพาะข้าวเปล่ามา จากนั้นเราเลือกปลาสดๆ ที่วางเรียงรายอยู่ตามร้านค้าต่างๆ มาวางบนข้าวของเรา ซึ่งทำให้เราได้พูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าในตลาดระหว่างที่สรรสร้างอาหารจานพิเศษของเรา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรสชาติของญี่ปุ่นที่ต่างออกไปจากซูชิ

บ่อน้ำพุร้อนนั้นถือว่าเป็นจุดที่ผู้คนค่อนข้างพลุกผ่าน แต่ทว่าที่ภูมิภาคโทโฮคุนี้ยังมีบ่อน้ำพุร้อนที่มีสงบให้ทุกคนได้มาสัมผัส เช่น ที่เมืองคุโรอิชิ เมืองข้างเคียงของเมืองคุโรซากิ ที่มีการดำเนินกิจการออนเซนมาอย่างยาวนานกว่า 270 ปี ซึ่งยังหลงเหลือบรรยากาศของเมืองก่อนเรียงรายอยู่สองข้างทาง ซึ่งทำให้เรารู้สึกสงบ และทำให้ทริปเที่ยวบ่อน้ำพุร้อนครั้งนี้จะตราตรึงในความทรงจำไปอีกนานแสนนาน เราสามารถเลือกมาชาร์จแบตในโรงแรมที่ตกแต่งแบบโมเดิร์นพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน หรือ เลือกที่จะใกล้ชิดกับธรรมชาติท่านกลางหุบเขากับโรงแรมแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม

กำแพงหิมะฮักโกดะ [อาโอโมริ]

ขับรถกินลม ชื่นชมกำแพงหิมะ

เทศกาลเนบูตะของจังหวัดอาโอโมริ [อาโอโมริ]

มาเปลี่ยนชุดยูกาตะและออกไปสนุกกับเทศกาลขึ้นชื่อ

เส้นทางทองคำระหว่างฮักโกดะและโทวาดะนั้นถือว่าเป็นถนนที่เหมาะอย่างยิ่งกับการขับรถชมวิว เพราะว่าระหว่างทางเราจะได้ชื่มชมกับความงดงามของทั้ง แม่น้ำโอริอาเสะ และภูเขาฮักโกดะ บริเวณนี้ถือว่าเป็นจุดที่มีหิมะตกหนักมากอันดับต้นๆ ของเอเชีย ซึ่งมีความสูงกว่าสิบเมตรโดยประมาณ โดยในฤดูหนาวถนนเส้นนี้จะปิดไม่ให้มีการจราจร โดยถนนเส้นนี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนเป็นระยะเวลาหนึ่งเดือนจนกระทั่งหิมะละลายหมด คุณสามารถขับรถบนถอดผ่านท้องถนนที่มีผนังสีขาวหิมะสูงตระหง่านราวกับทางเดินที่บริสุทธิ์ และมันจะยิ่งฟินสุดๆ หากวันนั้นอากาศดี นอกจากนี้ทุกๆ ปีก่อนเปิดถนน จะมีเทศกาลให้เดินชมกำแพงหิมะและน้ำพุร้อนออนอีกด้วย

เทศกาลเนบูตะนั้นจะมีจุดเด่นอยู่การแสดงนำรถลากเนบูตะมาประชันกัน บนตัวรถจะมีภาพวาดขนาดใหญ่ทั้งตัวละครจากละครคาบูกิหรือ ฮีโร่ในเทพนิยาย นอกจากนี้จะมีผู้แห่มาเต้นระบำนำขบวนแห่รถลากที่เรียกว่า ฮาเนโตะ มาของสร้างสีสรรให้กับงานเทศกาล ในอดีตเทศกาลนี้จัดขึ้นเพื่อขอพรเทพเจ้าสำหรับการเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วง แต่ปัจจุบันเทศกาลนี้จัดขึ้นเพื่อการเต้นระบำ โดยทุกปีจะมีชาวต่างชาติมาเข้าร่วมด้วย ทุกคนจะเปลี่ยนเป็นชุดยูกาตะและมาร่วมกันเต้นระบำกันตามเสียงระฆังตามแบบฉบับญี่ปุ่น แต่ยังคงเปี่ยมไปด้วยความร้อนเร่าของเทศกาลเต้นรำ เป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ทั้งผู้ชมและผู้ที่ร่วมแสดงสามารถมาร่วมสนุกไปด้วยกันในเทศกาลหน้าร้าน อย่าลืมมาร่วมงงานกันนะ

หุบเขาเก็นบิเคย์ [อิวาเตะ]

ทิวทัศน์ของแม่น้ำที่งดงามจนรู้สึกสงบ

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ อาคว่ามาเรีย ฟุกุชิม่า [ฟุกุชิมะ]

เดินผ่านอุโมงสามเหลี่ยมราวกับเดินเล่นอยู่ใต้ท้องทะเล

แม่น้ำอิวาอินั้นเป็นแม่น้ำที่ทอดผ่านจังหวัดอิวาเตะ จังหวัดอากิตะและจังหวัดมิยากิ โดยจะไหลผ่านจากหุบเขาคุริโคะยาม่าไปยังเมืองอิชิโนะเซกิของจังหวัดอิวาเตะ ด้วยความเชี่ยวกราดของสายน้ำไหลจึงทำให้เกิดการกัดกร่อนแนวหินจนส่งผลให้เกิดทางน้ำไหลที่มีความสวยงามและมีไดนามิก จนเกิดเป็นหินที่มีรูปร่างแปลกประหลาดซึ่งมีลักษณะคล้ายกับใบหน้าของมังกร และยังมีหินที่ถูกกัดเซาะจนมีลักษณะคล้ายมังกรซ่อนอยู่ตามร่องหินต่างๆ โดยภูมิทัศน์ของที่ดูน่าหวาดเสียวนี้จะเปลี่ยนไปตามเวลา จากนั้นบรรยากาศโดยรอบนั้นจะเต็มไปด้วยป่าไม้หลากหลายชนิดรายล้อมอยู่ ในภาษาญี่ปุ่นจะมีคำว่า เก็นบิ คือการบรรยายถึงความสวยงามที่ดูเคร่งขรึม ซึ่งทำให้เรารู้สึกสงบได้เมื่อมายืน

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นริมทะเล โดยด้านหน้าทั้งหมดเป็นกระจกใสคอยสะท้อนความเปล่งประกายของทะเล สิ่งที่อยากให้ทุกคนมาชมก็ส่วนจัดแสดงสัตว์น้ำที่เป็นเหมือนบ่อน้ำขนาดใหญ่ซึ่งได้มีการรวมรวบสัตว์น้ำจากกระแสน้ำไหลคุโรชิโอะ และกระแสน้ำโอยาชิโอะในมหาสมุทรแปซิฟิก ไว้ที่จังหวัดฟุกุชิม่าซึ่งกินพื้นที่ตั้งแต่ชั้น 2 - ชั้น 4 ของพิพิธภัณฑ์ และที่ศูนย์กลางของพิพิธภัณฑ์จะมีอุโมงสามเหลี่ยมที่สามารถเข้าไปเพลิดเพลินกับสัตว์น้ำที่ว่ายเวียนอยู่ด้านบน นอกจากนี้ในส่วนของพิพิธภัณฑ์ยังมีการจัดแสดงพืชน้ำและสิ่งมีชีวิตลึกลับที่ค้นพบในบริเวณนี้มาให้ทุกคนได้ศึกษาอีกด้วย

เมืองเซนได [มิยางิ]

เสน่ห์ของเมืองใหญ่ที่ไม่ทำให้ท่านผิดหวังเมืองมาเยือน

ตลาดเช้าเซนได [มิยางิ]

สถานที่ๆ บ่งบอกวิถีชีวิตของคนในเมืองเซนได

ว่ากันว่าการที่จะสัมผัสถึงเสน่ห์ของเมืองเซนได เมืองหลวงของภูมิภาคโทโฮคุ ในช่วงเวลาสั้นๆ นั้นเป็นไปได้ยากมาก ทั้งแหล่งชอปปิ้ง อาหารนานาชนิด สถานท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ และธรรมชาติที่งดงามได้อัดแน่นอยู่ทั่วเมือง ถ้าอย่างนั้นวันนี้เราขอแนะนำ บริการถบัสนำเที่ยว Loople bus ที่จะนำท่านไปชมยังสถานที่ต่างๆ รอบตัวเมืองเซนได ทั้งบริเวณประสาทเซไดของท่านดาเตะ มาซามุเนะ ซึ่งถือว่าเป็นจุดชมวิวของตัวเมือง พิพิธภัณฑ์ต่างๆ สวนพฤกษศาสตร์รอบๆ ภูเขา และวนกลับบมายังใจกลางเมือง โดยท่านสามารถโดยสารรถบัสนี้ไปยังสถานที่ๆ ต้องการ หรือ ถ้าพบสถานที่ๆ น่าสนใจระหว่างทางก็สามารถเลือกลงได้ตามใจ เพียงเท่านี้ท่านก็สามารถสัมผัสถึงเสน่ห์โดยรอบของเมืองเซนไดกันได้อย่างจุใจ

เมื่อเดินทางมาถึงเซนได ให้ออกมายังประตูด้านตะวันตก และเดินออกทางทางด้านซ้ายของทางเดินลอยฟ้าและเดินมาทางด้านหลังของอาคารจะพบกับความมีชีวิตชีวาของผู้คนและเสียงก้องเรียกหาลูกค้า สถานที่แห่งนี้เป็นเหมือนกับห้องครัวของชาวเซนได ไม่ว่าจะเป็นปลา ผักสด ผลไม้ หรือ เครื่องปรุงต่างๆ ก็เรียงรายมาให้เลือกสรรกันพร้อมกับรับประกันถึงความสดใหม่และราคาที่เป้นมิตร ดังนั้น เชฟชื่อดังทั้งหลายในเมืองล้วนมาเลือกวัตถุดิบจากตลาดแห่งนี้ มีคำกล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นเมืองใดในโลก เมื่อเราเดินไปยังตลาดสด จะทำให้เรารู้ถึงบุคลิกและวิถีชิวิตของคนในที่นั้นๆ เช่นนั้น เมืองเซนไดมีลักษณะอย่างไรต้องมาพิสูจน์ด้วยตาคุณเองนะครับ

ลิ้นวัว (กิวตัง) [มิยางิ]

อาหารแห่งจิตวิญญาณชาวเซนได กับความอร่อยที่ไม่สามารถบรรยายได้

น้ำตกอากิยู [มิยางิ]

ทัศนีภาพที่น่าตื่นต่าของน้ำตกและการเฉลิมฉลองของฤดูกาลทั้งสี่

กิวตัง นั้นเกิดขึ้นมาประมาณ 70 ปีก่อน จากการที่ชาวเซนไดต้องการหาอาหารใหม่ๆ มาแทนไก่ย่าง ดังนั้น เมนูนี้จึงได้ถือกำเนิดขึ้น โดยสมัยก่อนลิ้นวัวนั้นถือเป็นอาหารชั้นรองของชาวญี่ปุ่น แต่เมื่อได้นำมันมาโรยเกลือและย่างบนเตาถ่าน เสริฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ และซุบหางวัว ด้วยนั้นทำให้กลายเป็นอาหารที่มีเอกลักษณ์ของเมืองเซนได และกลายเป็นจุดกำเนิดของ กิวตัง ในปัจจุบัน ที่เซนไดมีร้านขายกิวตังมากกว่า 100 ร้าน คอยบริการทุกๆ ท่านให้ได้ลิ้มลองรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละร้านได้อย่างจุใจ

เดินทางประมาณ 60 นาทีด้วยรถยนต์จากศูนย์กลางเมืองเซนได ทุกท่านจะได้ชื่มชมกับความเขียวขจีของธรรมชาติที่เป็นเสน่ห์ของเมืองเซนได ที่น้ำตกอากิยูนี่มีธารน้ำกว้างถึง 6 เมตรและตัวน้ำตกมีความสูงถึง 55 เมตร โดยน้ำตกแห่งถูกจัดให้เป็นน้ำตกที่สวยที่สุดหนึ่งในสามของประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้เรายังสามารถชื่นชมความงดงามของน้ำตกที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลต่างๆ ได้อีกด้วย ถ้ามีโอกาสอยากให้ทุกท่านได้มาชมช่วงผลิใบของต้นไม้ในช่วงฤดูใบผลิ และช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง ทุกท่านจะได้พบกับความงามแบบไหนกันนะ

งานอิโมนิไก [ยามากาตะ]


ถ้าได้พบเพื่อนใหม่ๆ ที่ยามากาตะ ต้องห้ามพลาดที่จะมาปาร์ตี่ริมแม่น้ำในช่วงฤดูใบไม้ร่วง

นามะฮาเกะ [อากิตะ]

พบกับยักษ์กลางฤดูหิมะ และการบูชาผู้ที่คอยไถ่บาปเพื่อป้องกันภัยพิบัติ

ถ้าหากท่านเดินทางไปเที่ยวจังหวัดยามากาตะช่วงฤดูใบไม้ร่วง ท่านจะได้พบกับปาร์ตี้หม้อไฟริมแม่น้ำเรียงรายกัน โดยในหม้อไฟนั้นจะใส่เนื้อวัว เต้าหู้และผัก แต่สิ่งที่พิเศษกว่าที่อื่นคือ ที่นี่จะใส่มันหวาน ที่เรียกว่า อิโมนิ และปรุงรสด้วยโชยุ งานปาร์ตี้นี้จะมีชื่อเรียกว่า อิโมนิไก ซึ่งจุดเด่นก็คือการรวมตัวกันของกลุ่มเพื่อนออกมาทานอาหารการกลางแจ้ง โดยทั่วไปแล้วงานนี้จะจัดเฉพาะ เพื่อนสนิท แต่ทุกๆ คนรอบๆ ก็มีความเป็นกันเองมากๆ ดังนั้นถ้าอยากหาเพื่อนที่จังหวัดยามากาตะ ต้องห้ามพลาดที่จะมาร่วมงานอิโมนิไก

ยักษ์ตามตำนานหรือเทพนิยายนั้นมักจะเป็นฝ่ายอธรรมหรือสัญลักษณ์แห่งความหวาดกลัวของผู้คน เรื่องเล่าของคาบสมุทรโอกะ นั้นจะมียักษ์นามว่านามาฮาเกะ ที่มีหน้าตาหน้ากลัวเช่นกัน แต่ทว่าเจ้ายักษ์ตัวนี้เป็นเหมือนผู้รับใช้ของพระเจ้าผู้คอยไถ่บาปให้กับความเกียจคร้านและความขัดแย้งของมนุษย์ที่จะส่งผลให้เกิดภัยพิบัติ ปัจจุบันที่นี่ได้กลายเป็นไอคอนของการท่องเที่ยวในเขตโทโฮคุไปแล้ว ด้วยความน่ากลัวของที่ทำให้แม้กระทั่งผู้ใหญ่ก็ยังมีความหวาดกลัว แต่อีกนัยนึงก็ยังมีความน่ารักของมันแฝงอยู่ ในทุกๆ ปีงานเทศกาลบูชายักษ์ตนนี้จะช่วงวันส่งท้ายปีเก่า แต่ตอนนี้ได้เลือนมาเป็นช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ของทุกๆ ปี โดยใช้ชื่องานว่า เทศกาลบูชาไฟนามาฮาเกะ โดยจะจัดในค่ำคืนที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ และพบกับผู้กล้าที่ออกมาเต้นระบำร่วมกับเจ้ายัก นามาฮากะ

พิพิธภัณฑ์งานฝีมือทซึการุ [อาโอโมริ]

มาลองประดิษฐ์งานฝีมือเก่าแก่เพื่อเป็นของฝากกันเถอะ

มัตสึชิม่า [มิยางิ]

สัมผัสความงามของชาวญี่ปุ่นไปกับจุดชมวิวที่สวยที่สุดหนึ่งในสามของญี่ปุ่น

การหาของฝากนั้น ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของการท่องเที่ยวในญี่ปุ่น ได้มีโอกาสมาเที่ยวทั้งที ถ้าได้เอานำของฝากที่ทำด้วยตัวเองกลับไปให้เพื่อนๆ หรือครอบครัวนั้นจะดีกว่ามั้ยครับ ที่แถบทซึการุของเมืองอาโอโมรินั้นจะมีงานฝีมือดั้งเดิมทั้งหมด 7 อย่างทั้งภาชนะสำหรับใส่อาหารและเครื่องปั้นดินแผ่นต่างๆ โดยทั้งหมดนี้ได้รวบรวมมาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ทางวัฒนธรรม ไม่เพียงแค่ดูและซื้อกลับไปเท่านั้น เรายังมีโอกาสได้ทดลองทำงานประดิษฐ์ต่างๆ ด้วยตัวเอง โดยสิ่งที่เราอยากจะแนะนำให้ทุกคนได้ลองทำกันนั้นคือ งานเพ้นสีของทซึการุ โดยจะมีให้เลือกทั้งพวงกุญแจ สายคล้องโทรศัพท์ และ ตะเกียบ ซึ่งงานแฮนเมดทุกชิ้นนี้จะเป็นของฝากที่สร้างความประทับใจให้กับผู้รับได้อย่างดี

สำหรับจุดชมวิวที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสามของที่สุดในญี่ปุ่นนั้นเต็มไปด้วย ประวัติของกวีที่ต้องหยุดจดปลายปากกา ณ ที่แห่งนี้ โดยตำนานความงามของหมู่เกาะมัตสึชิม่านั้นได้เล่ากันจากรุ่นสู่รุ่นจนถือเป็นหนึ่งในความปราถนาของชาวญี่ปุ่น ไม่เพียงความงามของคลื่นทะเลที่ซัดกระทบหมู่เกาะต่างๆ แต่ยังมีคุณค่าทางจิตวิญญาณที่ปลุกฝังในประวัติศาสตร์เป็นเวลายาวนาน สำหรับคนญี่ปุ่นนั้นสามารถกล่าวได้ว่า มัตสึชิม่าเป็นสถานที่ๆ บอกถึงสัญลักษณ์ของความงามสำหรับชาวญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมี ซุยกันจิ ที่ถือว่าเป็นสมบัติของชาติสำหรับชาวญี่ปุ่นที่พึ่งบูรณะเสร็จสมบูรณ์คอยต้อนรับทุกท่านอยู่ ถ้าหามาถึงญี่ปุ่นแล้วนั้นอยากให้มาสัมผัสถึงความงามที่เป็นที่สุดของญี่ปุ่นด้วยนะครับ

ซัปโปโร

อาโอโมริ

อาคิตะ

อิวาตะ

ยามากาตะ

มิยากิ

ฟุกุชิมะ

โตเกียว

รายการ Authentic Japan TOHOKU เป็นรายการที่นำเสนอข้อมูลใหม่ล่าสุดที่ทุกๆ คนจะต้องกดไลค์ให้


ถ้าพร้อมแล้วเราไปพบกับสถานที่ท่องเที่ยวของโทโฮคุกันเลย